ฟุตบอล

เว็บไซต์กีฬาอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ฟุตบอลวันนี้ ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก 2018 ยูโร 2020 ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ตํานานแมนยู

ตํานานแมนยู

ตํานานแมนยู

ตํานานแมนยู พูดถึงยอดกลุ่มพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนยู หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อจะน ๆ คนไม่ใช่น้อยอาจจะเคยรับรู้เกี่ยวกับคำสาบ อาถรรพ์หมายเลข 7 แมนยู กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเสื้อลำดับที่ 7 มีตำยาวนานมากมาย และเป็นเสื้อของยอดนักเตะอันดับโลกหลายคน ไล่ไปตั้งแต่ จอร์จ เบสต์ , ไบรอัน ร็อบสัน , เอริค คันโตน่า , เดวิด เบ็คแฮม , คริสเตียโน โรนัลโด จนไปถึงปันจุบันคือ เอดิสัน คาวานี ซึ่งถ้าบอกกันดิ่ง ๆ ภายหลังจาก CR7 ฯลฯไป ใครที่บรรจุเบอร์นี้พินาศกันทุกท่าน บันทึกเรื่องราวนี้เลยขอพาเพื่อที่จะนๆ มาทำวิชาการจักกับเจ้าของเสื้อเบอร์นี้ ทั้ง 10 คน ก่อนที่จะเป็นของ คาวานี ในขณะนี้ว่า หมู่เขาพวกนั้นมีผลกระทบงานยังไง และต้องสาบอย่างไร ตํานานแมนยู

ย้อนตำช้านาน อาถรรพ์หมายเลข 7 แมนยู ทั้ง 10 คน ก่อนถึง เอดิสัน คาวานี ตํานานแมนยู

10 นักเตะแมนยู เลขลำดับ 7 ทั้ง 10 คน ก่อนถึงล่าสุด

จอร์จ เบสต์ : 1963-74

สุดยอดดาวเตะผู้เปิดตำยาวนานเลข 7 ของ แมนยู โดย หน้าจอร์จ เบสต์ ลงสนามให้ อสุรกายแดง 474 เกม ยิงไป 181 ประตู พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย และ แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย

ไบรอัน ร็อบสัน : 1981-94

ตำนานกัปตันทีม แมนยู เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำให้หมายเลข 7 อาจจะความศักดิ์สิทธิ์ถัดไป โดย “กัปตันมาร์เวล” เป็นสาระสำคัญของ ภูติผีปีศาจแดง ในสมัย 80 ถึง 90 โดยลงสนามไป 461 นัด ทำไป 99 ประตู พร้อมพากลุ่มคว้าแดูป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 4 ยุค, แชมป์ ลีก คัพ 1 ยุค, แดูป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย และ แดูป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย

เอริค คันโตน่า : 1992-97

สุดยอดดาวยิงอารมณ์ศิลปิน เอริค คันโตน่า คือผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้ทีมบรรลุความสำเร็จในปี 1993 ซึ่งหยิบเป็นการเริ่มตอนนี้ตั้งแต่ต้นสมัยยิ่งใหญ่ของ “ปีศาจแดง” แม้ว่าจะอยู่กับกลุ่มเพียง 5 ปี แต่ก็พอเพียงนำมาซึ่งการทำให้เขาเข้าไปนั่งในใจของแฟนบอลไปชั่วนิจนิรันดร์ กับผลงาน 93 ประตู 185 เกม ช่วยกลุ่มเป็นแดูป์ พรีเมียร์ลีก 4 ยุค และ เอฟเอ คัพ 2 ยุค

เดวิด เบ็คแฮม : 1992-03

เบ็คแฮม คือหนึ่งในตำนานหมายเลข 7 ของ แมนยู หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างน่าจับอกจับใจในเกรดเยาวชนของ “ปีศาจร้ายแดง” เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดใหญ่เป็นขณะถึง 11 ปี ซึ่งลูกยิงแบบให้เปล่า ไม่คิดมูลค่าใดๆคิกของเขาถือได้ว่าโด่งราวสุด ๆ ในยุคนั้น โดยลงสนาม 394 เกม ยิง 85 ประตู ช่วยทีมเป็นแดูป์ พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 ยุค และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ยุค

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : 2003-09

โรนัลโด้ ได้รับเสื้อเบอร์ 7 มาตั้งแต่อายุ 18 ปี ข้างหลังแล้วหลังจากนั้นเขาก็เป็นแสดงตัวการณ์ของ แมนยู โดย ซีอาร์7 ทำไป 118 ประตู จาก 292 นัด คว้าแดูป์ พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 ยุค และ ยูฟ่า แดูเปี้ยนส์ ลีก 1 ยุค แถมซิวค่าตอบแทน บัลลง ดอร์ ยุคแรก ก่อนย้ายไป เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2009

ไมเคิ่ล โอเว่น : 2009-12

โอเว่น ในวัยที่ไปสู่เลขลำดับ 3 เขาย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาร่วมทัพ แมนยู ผลงานในเสื้อลำดับที่ 7 ของเขาก็ถือว่ามิได้ห่วยแตกซะทีเดียว แฟน ๆ ปีศาจร้ายแดง จะไม่เผลอเพลินประตูชัยของเขาในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้, ลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศ และแฮตทริกใน ยูฟ่า แดูเปี้ยนส์ ลีก กับผลงาน 17 ประตู 52 เกม ช่วยทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 1 สมัย และ ลีก คัพ 1 สมัย

อันโตนิโอ วาเลนเซีย : 2009-2019 (สวมเบอร์ 7 ฤดกาล 2012-13)

ภายหลังคว้าสิ่งตอบแทนผู้เล่นเยี่ยมที่สุดแห่งปีของ แมนยู ในฤดูกาล 2011-12 วาเลนเซีย ก็เลยตกลงใจเปลี่ยนจากเบอร์ 25 มาเป็นลำดับที่ 7 อันเป็นตำช้านาน และครั้นว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะพาทีมเป็นแชมป์ลีกได้อีกสักที แต่กลับเป็นซีซั่นที่ไม่ดีที่สุดของ วาเลนเซีย สำหรับการเล่นให้ ปีศาจร้ายแดง ก็ว่าได้ เจ้าตัวจึงต้องเปลี่ยนแปลงกลับไปสวมเบอร์ 25 อีกสักครั้ง

อังเคล ดิ มาเรีย : 2014-15

ดิ มาเรีย ถูก หลุยส์ ฟาน กัล ดึงตัวมาอยู่กับ แมนยู ก่อนที่จะฤดูกาล 2014-15 จะเริ่มตอนนี้ตั้งแต่ต้นขึ้น ด้วยค่าตัวกว่า 60 ล้านปอนด์! ซึ่งในขณะนั้นนับว่าเป็นค่าตัวนักเตะที่แพงที่สุดของเกาะอังกฤษ ทว่าเจ้าตัวอำลากลุ่มไปแบบไม่น่าดูหลังออกอาการงอแงก่อนชิ่งหนีไปร่วมทัพ เปแอสเช ทั้งที่พึ่งย้ายร่วมถิ่น “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ได้แค่ปีเดียว พร้อมฝากผลงาน ลงสนาม 32 เกม และยิงประตู 4 ลูก ไว้เป็นที่ระลึก!

เมมฟิส เดปาย : 2015-17

เดปาย ถูกส่งมอบเสื้อหมายเลข 7 โดย หลุยส์ ฟาน กัล ในทันทีหลังจากย้ายมาจาก พีเอสวี ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ ทว่าแบบฟอร์มของ ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์! ก็ไม่ได้เป็นไปแบบที่แฟน ๆ มุ่งมาด โดยลงสนาม 45 เกม ยิงประตู 7 ลูกให้กับ ปีศาจร้ายแดง ก่อนย้ายไประเบิดเอกสารกับ ลียง โดยเจ้าตัวซัดไปแล้ว 53 ประตู จาก 134 เกม ให้กับกลุ่มเหมือนกับของคนต่างประเทศเศส!

อเล็กซิส ซานเชซ : 2018-20

นับตั้งแต่ อเล็กซิส ซานเชซ ย้ายจาก อาร์เซนอล ไปเข้าร่วมทัพ แมนยู เมื่อปี 2018 เขายังไม่เคยโชว์แบบฟอร์มการเล่นชั้นเทพกับขณะที่เล่นให้กับ! ไอ้ปืนใหญ่ ได้ทันที กับผลงาน 5 ประตู จาก 45 เกม แถมอสุรกายแดงควรต้องแบกค่าเหนื่อยแสนมีคุณค่าที่สูงเอาไว้ จนตอนท้ายก็ถูกปล่อยยืมไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน และย้ายเข้าร่วมทัพ งูใหญ่ แบบถาวรในซัมเมอร์นี้!

ตำนานแมนยู เปิดเผย ข้อบกพร่องเดียวของ “ฟาน ไดค์” คือใส่เสื้อแดงไม่ถูกสโมสร

“เนมันยา วิดิช” ตำยาวนานแนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เผย ข้อบกพร่องเดียวของ “เฟอร์จิล ฟาน ไดค์” ปราการข้างหลังลิเวอร์พูล คือบรรจุเสื้อแดงผิดกลุ่ม

วันที่ 12 เม.ย. 65 เนมันยา วิดิช ตำยาวนานแนวรับ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มราวแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รับรองข้อเสียเพียงอย่างเดียวของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คือการสวมเสื้อสีแดงผิดสโมสร

อดีดปราการหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ The Athletic แบบติดโปกฮาว่า จุดอ่อนเดียวของฟาน ไดค์ คือเป็นนักเตะลิเวอร์พูล นอกจากนี้ผลงานของนักเตะวัย 30 ปี ไม่มีข้อเสียจริงๆ และมั่นใจว่าถ้าเกิด ฟาน ไดค์ เป็นเซ็นเตอร์แบ็กของแมนฯ ยูไนเต็ด สมัยเก่าต้นขึ้นกับเก่าของเขานั้นจะไม่มีวันตกอยู่ด้านในสภาวะที่ตกต่ำเหมือนกับในขณะนี้อย่างแน่ๆ

ตำนานแมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า “ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่ดีเยี่ยมที่สุดในโลก และเป็นเลิศในนักเตะที่ดีเยี่ยมที่สุดในโลกเมื่อเปรียบเทียบกับนักเตะในทุกๆ ตำแหน่ง และถ้าเกิดเขาเลวร้ายจริง เขาคงจะไม่สามารถยกระดับเกมรับของลิเวอร์พูล และพาลิเวอร์พูลคว้าแดูป์ได้อย่างแพร่หลายในระหว่างก่อนหน้านี้ ในสถานะที่ผมก็เล่นในตำแหน่งกองหลังเช่นเดียวกับฟาน ไดค์ ผมมองว่าเขาสมบูรณ์แบบและไม่มีใครสามารถเปรียบเทียบเขาได้”

“ผมมั่นใจว่าเฟอร์จิล ฟาน ไดค์ น่าจะสวมเสื้อสีแดงผิดฝั่ง จริงๆ แล้วเขาเหมาะสมกับชุดแข่งขันของแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเป็นอย่างมาก และเขาน่าจะช่วยอุดรอยรั่วของกองข้างหลังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตอนนี้ได้ในทันที และแฮร์รี แม็คไกวร์ อาจผิดล้อเลียนแบบในเวลานี้ เขาเหมาะสมที่จะยืนหยิบคู่กับราฟาเอล วาราน หากเป็นแบบนั้น ทีมจะไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน ”

“ทั้งสิ้นที่ผมกล่าวออกมานั้นคือคำบอกเล่าที่ผมยอมรับในตัวฟาน ไดค์ เขาเก่งและเหมาะสมที่สุดในโลกเวลานี้จริงๆ และลิเวอร์พูลก็โชคดีมากๆ ซึ่งสามารถคว้าตัวฟาน ไดค์ เข้าทีมได้ได้ผลสำเร็จ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขาก็ตกเป็นข่าวสารข้อมูลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกัน”

 

bri-chan