ฟุตบอล

เว็บไซต์กีฬาอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ฟุตบอลวันนี้ ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก 2018 ยูโร 2020 ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

กฏหมาย gps

กฏหมาย gps

กฏหมาย gps ทำไมต้องติด gps ถ้าไม่ติดผิดกฏหมายหรือไม่?

กฏหมาย gps

กฏหมาย gps วันที่ 28 ม.ค. 59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หลังจากกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกที่จดทะเบียนใหม่หลังวันที่ 25 มกราคม 2559 ต้องดำเนินการติดตั้ง GPS ทุกคัน และกำหนดให้รถที่ได้มีการติดตั้ง GPS ไว้ก่อนแล้วต้องเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการและเจ้าของรถหลายรายเริ่มทยอยนำรถเข้าตรวจสภาพและตรวจสอบการติดตั้งและเชื่อมโยงข้อมูล เป็นรถจดทะเบียนใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 202 คัน ประกอบด้วย รถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง จำนวน 14 คัน รถบรรทุกไม่ประจำทาง จำนวน 58 คัน และรถบรรทุกส่วนบุคคลจำนวน 130 คัน

สำหรับในส่วนของการตรวจสภาพและตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลของรถที่จดทะเบียนไว้ก่อน วันที่ 25 มกราคม 2559 ซึ่งมีการติดตั้ง GPS ไว้ก่อนแล้วนั้น พบว่า มีรถที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS เรียบร้อยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 27,108 คัน เป็นรถโดยสาร จำนวน 2,140 คัน รถบรรทุกไม่ประจำทาง จำนวน 14,289 คัน

และรถบรรทุกส่วนบุคคล อีกจำนวน 10,679 คัน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ รถโดยสารสาธารณะ รถลากจูง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ (10 ล้อขึ้นไป) ที่ติดตั้ง GPS ไว้แล้ว ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบกให้แล้วเสร็จภายในปี 2559

นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรถโดยสารสาธารณะที่ยังไม่ได้ติดตั้ง GPS ในส่วนของรถโดยสารสองชั้นกำหนดติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2559 ส่วนรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่นๆ จะต้องดำเนินการติดตั้งให้ครบถ้วนภายในรอบปีภาษี 2560

สำหรับรถลากจูง กำหนดติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2560 รถบรรทุกสาธารณะภายในรอบปีภาษี 2561 และรถบรรทุกส่วนบุคคลให้ระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรอบปีภาษี 2562

ทั้งนี้ การนำรถเข้ารับการตรวจสอบการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูล การเดินทางของรถและตรวจสอบว่าเป็นรุ่นที่ได้รับการรับรอง ต้องมีหนังสือรับรองการติดตั้ง และเครื่องหมายรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการระบบติดตามรถ ที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรอง

ซึ่งเครื่องบันทึกข้อมูลดังกล่าวต้องสามารถแสดงตำแหน่งในพิกัด แสดงความเร็วของรถ แสดงจำนวนชั่วโมงการขับขี่ มีอุปกรณ์ระบุตัวผู้ขับรถ มีระบบเตือนเมื่อใช้รถโดยไม่เปิดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ

ระบบเตือนการไม่แสดงตัวผู้ขับรถ หรือใช้ใบอนุญาตขับรถ ผิดประเภท หากพบมีการรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือไม่รายงานข้อมูล ตามเงื่อนไขที่กำหนด กรมการขนส่งทางบก จะพิจารณาเพิกถอน การให้การรับรองเครื่องบันทึกข้อมูล การเดินทางของรถ โดยผู้ให้บริการระบบติดตามรถจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ความเสียหายทั้งหมด ที่เกิดขึ้น

โทษปรับ การไม่ติดตั้งหรือถอด GPS ของรถ

การปลดหรือถอดเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ ถือเป็นเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ต้องมีและใช้
หากตรวจพบ

  • ขณะตรวจสภาพรถประจำปี จะไม่ให้ผ่านการตรวจสภาพ
  • ขณะใช้งานบนถนน มีความผิดตามมาตรา 148 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

กฎหมาย GPS เรื่องใกล้ตัว ที่ผู้ประกอบการขนส่งควรทราบ

เรื่องของ GPS เองก็มีการออกมาเป็นกฎหมายเหมือนกันเพื่อให้ทุกคนได้ปฏิบัติตามและที่สำคัญคือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนจำเป็นต้องรู้จัก กฎหมาย GPS เหล่านี้เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาภายหลัง

เรื่องกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ทุกคนปฏิบัติตาม จุดประสงค์หลักที่ทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพราะบ้านเมืองจะได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา โดยเราจะเห็นว่าใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษให้เป็นไปตามสิ่งที่ระบุกันเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแบบชัดเจน เรื่องของ GPS เองก็มีการออกมาเป็นกฎหมายเหมือนกันเพื่อให้ทุกคนได้ปฏิบัติตามและที่สำคัญคือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนจำเป็นต้องรู้จัก กฎหมาย GPS เหล่านี้เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาภายหลัง

ตั้งมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ด้วยระบบ GPS

ปัจจุบันกรมการขนส่งเองได้มีการยกระดับมาตรฐานเพื่อต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ซึ่งการสร้างความปลอดภัยดังกล่าวนี้ได้มีการนำเอา GPS เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน รวมไปถึงผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะก็ต้องได้รับความปลอดภัยจากสิ่งนี้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้กรมการขนส่งจึงได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการกระทำผิด กฎหมาย GPS แล้วระบุมาตราโทษให้เหมาะสม ซึ่งมีข้อน่าสนใจดังนี้

  • หากมีการขับรถด้วยอัตราความเร็วเกินกำหนดต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 นาที gps ติดตามตัว จะถือว่ารถคันนั้นมีความผิดตามมาตรา 111 พรบ. กรมขนส่งทางบก พร้อมด้วยมาตรา 67 พรบ. จราจรทางบกฯ โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท รถที่ต้องเข้าข่ายประกอบไปด้วย รถบรรทุก กำหนดความเร็วที่ 80 กม. / ชม. รถลากจูง กำหนดความเร็วที่ 60 กม. / ชม. และรถโดยสารปะจำทาง กำหนดความเร็วที่ 80 กม. / ชม.
  • หากมีการขับรถเกินระยะเวลากำหนดในรอบ 24 ชม. โดยการกำหนดขับดังกล่าวนั้นต้องขับได้ติดต่อกันไม่เกินครั้ง 4 ชม. มีการหยุดพักขั้นต่ำ 30 นาที แล้วจึงสามารถขับรถต่อไปได้อีก 4 ชม. หากการหยุดพักไม่ถึง 30 นาที จะไม่ถือว่าเป็นการหยุดพักและเมื่อไหร่ก็ตามที่ขับเกินจากกฎหมายกำหนดจะมีความผิดตามมาตรา 117 พรบ. กรมขนส่งทางบก โดยมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรืออาจจะมีการสั่งพักใบอนุญาตได้เกินจำนวน 180 วัน
  • หากมีการขับรถโดยไม่ได้แสดงตัวผู้ขับ หรือมีการใช้งานใบอนุญาตรถผิดประเภท มีการฝ่าฝืน ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีความผิดตามมาตรา 109 กรณีตัวพนักงานขับรถ หากไม่มีการแสดงตัวตน ผู้ตรวจการก็มีอำนาจในการสั่งเพื่อให้มารายงานตัว หรือบางรายอาจทำการพักใบอนุญาตไม่เกิน 180 วัน กับอีกกรณีคือผู้ได้รับใบอนุญาตในการขับรถ แต่ได้ทำการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวระหว่างที่ยังโดนทำการยึดใบอนุญาตขับรถ หากว่ากันตามกฎหมายจราจรทางบกมีการระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับขึ้นอยู่กับเรื่องของเงื่อนไขในการกระทำผิดนั้น ๆ ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งหากไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประกอบการขนส่ง มีโทษในการปรับสูงสุดถึง 50,000 บาท
  • กรณีมีการปลดหรือถอดตัวเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถออกไป ต้องถือว่าเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถนั้นเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่งของรถที่จำเป็นต้องมีและจำเป็นต้องใช้ กรณีพบว่ามีการถอดเครื่องดังกล่าวออกไปจริง ถ้าเป็นตอนตรวจสภาพรถประจำปีจะถือว่าไม่ให้ผ่านการตรวจสภาพรถ แต่ถ้าหากตรวจพบเจอระหว่างขับไปบนท้องถนนจะมีความผิดตามมาตรา 148 โดยมีโทษในการปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

นี่ถือเป็น กฎหมาย GPS เบื้องต้นที่คนใช้รถเหล่านี้ทุกคนจำเป็นต้องรู้ หัวใจสำคัญที่ต้องมีกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาก็อย่างที่บอกไปคือเป็นการเน้นคามปลอดภัยในเรื่องของการขับขี่ ความปลอดภัยที่ว่าไม่ใช่ความปลอดภัยของรถคันดังกล่าวเพียงคันเดียวแต่ยังต้องรวมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย อย่าลืมว่าความประมาทคือหนทางที่นำไปสู่หายนะได้เสมอ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนจำนวนมาสาเหตุหลักมาจากเรื่องความประมาทโยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม คนขับหลายคนที่มีความคิดว่าทำไมต้องติด GPS อะไรให้มันวุ่นวาย ต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้คือมันเป็นกฎหมายที่ทุกคนต้องถูกบังคับใช้เหมือนกันหมด เปรียบไปแล้วก็เหมือนกฎหมายที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้เพียงแต่นี่ถูกระบุไว้สำหรับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรืองการขับรถต่าง ๆ เท่านั้น

การมีกฎหมายต่าง ๆ ออกมารองรับเกี่ยวกับเรื่องของการขับรถยนต์โดยเฉพาะบรรดารถบรรทุก รถลากจูง และรถโดยสารประจำทางส่วนหนึ่งเพื่อต้องการให้ผู้ขับขี่ทุกท่านปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอีกนัยหนึ่งก็คือเหมือนเป็นการปรามเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เกิดความเศร้าสลดเกี่ยวกับอุบัติเหตุไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดก็ตาม การใช้รถใช้ถนนอย่าคำนึงถึงความสะดวกสบายของตนเองเป็นหลักแต่ควรนึกถึงผู้อื่นที่ใช้ถนนร่วมกับเราด้วย

บอกเลยว่า กฎหมาย GPS ที่ระบุเอาไว้ทั้งหมดนี้หากพบเจอว่ารถคันไหนไม่ปฏิบัติตามมีการจับปรับของจริงไม่มีเว้นแม้แต่คันเดียว จะต่อรองอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะได้มีกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรออกมายืนยันเรื่องกฎหมายดังกล่าว มันคือเรื่องดีที่จะช่วยลดอุบัติเหตุในบ้านเราให้น้อยลง ช่วยสร้างถนนที่ปลอดภัยจากการขับขี่ หรือถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริงอย่างน้อยเราจะได้มีวิธีในการติดตามรถที่สร้างปัญหาแล้วยังไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน

สนใจ เเอดไลน์ LINE : @GeniusGPS

กลับหน้าหลัก

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *